NEOBUX
Clicksense

ทำไมได้ทีต้องขี่แพะไล่

Font Size » Large | Small


ทุกคนคงจะเคยได้ยินสำนวนสุภาษิตว่า “ได้ทีขี่แพะไล่” กันนะครับ ซึ่งหมายถึงการซ้ำเติมผู้อื่นที่เพลี้ยงพล้ำแล้ว เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมต้องขี่แพะ ทำไมไม่ขี่ม้า ควาย ช้างหรือนกกระจอกเทศ แล้วไปขี่ไล่อะไรล่ะ ไล่หมา เสือ หรือโจรป่ากันนะ เรามาดูกันดีกว่าครับว่าสำนวน ได้ทีขี่แพะไล่นี้มีที่มาจากไหนกัน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแพะอยู่ตัวหนึ่งใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากจะไปกินน้ำที่ลำธารก็ไม่ได้เนื่องจากตาบอด วันนึงมีกระต่ายน้อยได้พบกับแพะที่กลางป่า กระต่ายน้อยตัวนี้มีนิสัยฉลาด ได้เอ่ยกับแพะว่า “ท่านมีอุปสรรคในการเดินทางเนื่องจากตาบอดมองไม่เห็น ต่อจากนี้เราจะเป็นผู้บอกทางให้แก่ท่านเองแต่ว่าท่านต้องให้เราขี่หลังเป็นการแลกเปลี่ยน” แพะได้ยินดังนั้นก็ตกลง ตั้งแต่นั้น กระต่ายกับแพะก็ช่วยเหลือกันและกัน

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่กระต่ายกับแพะเดินอยู่ในป่า ได้พบกับช้างตัวโต นอนอยู่ด้วยสภาพที่อ่อนแรง กระต่ายสอบถามช้าง ได้ความว่า ช้างเชือกนี้กำลังจะโดนเสือโคร่งจับกิน ได้วิ่งหนีมา กระต่ายได้ยินดังนั้นเลยนึกกลอุบายช่วยช้าง

กระต่ายขี่แพะอยู่ รอจนกระทั่งเสือตัวนั้นมาถึง

เสือ : เจ้ามาทำอะไรอยู่กับช้างเชือกนี้ ช้างเชือกนี้เป็นของข้า (ด้วยท่าทางโกรธ)

กระต่าย : ใครบอกว่าช้างเชือกนี้เป็นของเจ้า ช้างเป็นของข้าต่างหากเจ้ามองไม่เห็นเหรอว่าข้าตัวเล็กแค่นี้แต่สามารถล้มช้างตัวโตๆได้ (ทำท่าขึงขัง)

เสือเห็นดังนั้นก็คิดตาม แล้วรู้สึกกลัว พอกระต่ายเห็นเสือเริ่มกลัวตนแล้ว เลยทำทีขี่แพะไล่เสือให้หนีไป ช้างก็เลยอยู่รอดปลอดภัยจากเสือตัวนั้น เป็นอันว่าจบ

อีกที่มาหนึ่งของสำนวนได้ทีขี่แพะไล่มาจากเรื่องพระรถเมรี ตอนที่พระรถเสนมอมเหล้านางเมรีจนไร้สติแล้วลักลอบหนีไป เมื่อฟื้นขึ้นมานางขี่แพะไล่ตามไปจนทัน

อีกที่มาหนึ่งของสำนวนได้ทีขี่แพะไล่มาจากคำว่า ”ได้ทีขี้แพะไหล ” ความหมายโดยรวมว่า แพะเป็นสัตว์ที่มีระบบขับถ่ายตรงเวลา แต่มันฟังดูไม่งาม ปัจจุบันจึงเพี้ยนมาเป็น “ได้ทีขี่เเพะไล่

Be Sociable, Share!
Tip จาก Arip