เรื่องของวันลอยกระทง

Font Size » Large | Small


“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้วขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ”

และแล้วกาลเวลาก็หมุนให้เรามาได้เจอกับเทศกาลลอยกระทงอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีน้ำน้อยหรือมากก็ตาม บรรดาหนุ่มสาวก็จะรอคอยเพื่อที่จะได้ไปลอยกระทงด้วยกัน แต่พอลอยกระทงเสร็จแล้วก้กลับบ้านใครบ้านมันนะครับ ไม่ใช่กว่าไปต่อกันที่อื่น ส่วนเหล่าบรรดาเด็กนักเรียนในวันนี้ก็ต้องทำกระทงทั้งลอยเองและส่งประกวด (ที่จริงก็เป็นผู้ปกครองนี่แหละที่ต้องทำกระทงให้ลูกหลานไปส่งครู) ส่วนสาว ๆ คนไหนที่หน้าตาดีก็เตรียมประกวดนางนพมาศได้เลย และเราก็จะได้ยินเพลงรำวงวันลอยกระทงกันทั้งวัน

เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป[ต้องการอ้างอิง] แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1

ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง

  • เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
  • เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
  • เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
  • ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพระยามารได้
ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ลอยกระทงเป็นประเพณีไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน อย่าไปทำลายเพราะเห็นแก่ความสนุกสนานเท่านั้นนะครับ แล้วก็อย่าลืมรักษาสภาพแวดล้อมด้วยนะ มิฉะนั้นธรรมชาติจะย้อนกลับมาลงโทษพวกเรา

Be Sociable, Share!
Tip จาก Arip